ท่านสนใจสินค้าประเภทไหนของ เนเจอร์โซน มากที่สุด
ข้าวกล้องปลอดสารพิษ
ธัญพืชปลอดสารพิษ
ถั่วปลอดสารพิษ
น้ำอาร์ซี
ชุด DETOX




เนเจอร์โซน ข้าวกล้อง ธัญพืช ปลอดสารพิษ คุณค่าจากธรรมชาติ

 เนื่องจากทางร้านไม่ได้ใช้บริการสั่งสินค้าผ่านระบบสั่งซื้อสินค้า

ของเว็บไซด์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการสั่งซื้อสินค้า

กรุณา โทรสั่งซื้อกับทางร้านโดยตรง ที่ โทร.02-912-1115

กรุณาอย่าโอนเงินค่าสินค้าเข้ามา ก่อนได้รับคำยืนยันการสั่งซื้อนะคะ

เรียน สมาชิก/ลูกค้า ทุกท่าน

ต้องการสั่งซื้อสินค้า/สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

กรุณาติดต่อทางโทรศัพท์ โทร.02-912-1115  *เท่านั้น*

   ขอบคุณมากค่ะ!!!!!!

 

เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ 8.30-17.00 น.
พนักงานพักเที่ยง 12.00-13.00 น.

หยุด วันอาทิตย์/วันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่ะ

 

 

 

บทความ
ประโยชน์ของข้าวฟ่าง (อ่าน 29193/ตอบ 0)

พันธุ์ข้าวฟ่าง แบ่งได้อะไรบ้าง

 

พันธุ์ข้าวฟ่างที่ใช้ปลูกอยู่ในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลายพันธุ์ ผลิตจำหน่ายโดยภาครัฐบาลและภาคเอกชน พันธุ์ข้าวฟ่างที่ใช้อาจแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ ได้ดังนี้

 

๑. ข้าวฟ่างพันธุ์แท้หรือสายพันธุ์บริสุทธิ์ เป็นพันธุ์ข้าวฟ่างที่มีความคงตัวของลักษณะพันธุ์จากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งไม่เปลี่ยนแปลง คือ รุ่นลูกจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับรุ่นพ่อแม่เสมอ ถ้าไม่ได้รับการผสมข้ามหรือปะปนมาจากพันธุ์อื่น ในธรรมชาติแล้วข้าวฟ่างจะเป็นข้าวฟ่างสายพันธุ์บริสุทธิ์เกือบทั้งหมด ข้าวฟ่างที่ดีประเภทนี้ จะสามารถให้ผลิตผลสูง ต้านทานต่อโรคและแมลงได้ดี แต่ต้นมีความสูงไม่ค่อยสม่ำเสมอนัก ข้าวฟ่างชนิดนี้มีทั้งพันธุ์หนักอายุยาว และพันธุ์เบาอายุสั้น สามารถเก็บเมล็ดเอาไว้ทำพันธุ์เพื่อปลูกในฤดูต่อไปได้โดยไม่กลายพันธุ์ เช่น พันธุ์เฮการีหนัก พันธุ์อู่ทอง ๑ และพันธุ์สุพรรณบุรี ๖๐

 

๒. ข้าวฟ่างลูกผสม คือพันธุ์ข้าวฟ่างที่ได้จากการผสมข้ามของสายพันธุ์แท้ (inbred line) สองสายพันธุ์ขึ้นไป เรียกว่าลูกชั่วแรก (F1) เพื่อให้เกิดลักษณะดีเด่นหลายๆ ประการ เช่น ให้ผลิตผลสูง แข็งแรง ต้นเตี้ยมีความสูงสม่ำเสมอมาก เก็บเกี่ยวได้ง่าย เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วออกดอกเร็ว อายุเก็บเกี่ยวสั้น ต้านทานโรคและแมลงได้ดี ตอบสนองต่อปุ๋ยดี แต่เมล็ดของข้าวฟ่าง ประเภทนี้ ไม่สามารถนำไปใช้เป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกต่อไปได้ เพราะลักษณะดีเด่นต่างๆ จะปรวนแปรและเสื่อมลง ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่มาปลูกทุกปี เมล็ดพันธุ์ส่วนใหญ่ผลิตจำหน่ายโดยบริษัทเอกชน ราคาเมล็ดพันธุ์ค่อนข้างแพง เนื่องจากวิธีการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมนี้ทำได้ยาก เช่น พันธุ์ลูกผสม เคยู ๘๕๐๑ (KU 8501) พันธุ์ แปซิฟิก ๘๐ (Pacific 80) เป็นต้น

สีของเมล็ดข้าวฟ่างที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งพันธุ์แท้และพันธุ์ลูกผสม มีทั้งสีขาว สีเหลือง สีเหลืองนวล สีแดงแสด และสีน้ำตาล ความนิยมปลูกของพันธุ์ที่มีเมล็ดสีต่างๆ นั้น ไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดหรือการค้า และวัตถุประสงค์ของการใช้ประโยชน์หรือในการแปรรูป ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ข้าวฟ่างโดยธรรมชาติจะเป็นพืชผสมตัวเอง แต่อาจจะมีการผสมข้ามโดยลมหรือแมลงถึงร้อยละ ๑๕ ดังนั้น จึงไม่ควรปลูกข้างฟ่างต่างพันธุ์ที่มีสีเมล็ดต่างกันไว้ใกล้กันและในเวลาเดียวกัน เพราะจำทำให้เกิดการผสมข้าม เป็นเหตุให้สีเมล็ดเกิดการผสมปนกัน ขายไม่ได้ราคาดี

 

ข้าวฟ่าง มีประโยชน์อย่างไร

 

การใช้ประโยชน์จากข้าวฟ่าง

เมล็ดข้าวฟ่างเป็นอาหารที่สำคัญของมนุษย์ในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศในทวีปแอฟริกา ประเทศอินเดียและจีน มนุษย์อาจบริโภคข้าวฟ่างโดยตรงเป็นอาหารหลัก โดยหุงต้มคล้ายข้าว หรือบริโภคในรูปของผลิตภัณฑ์ทำจากแป้งข้าวฟ่าง นอกจากนี้ ยังใช้ทำเป็นอาหารสัตว์ได้ดีอีกด้วย คนเริ่มนิยมใช้ข้าวฟ่างผสมเป็นอาหารสัตว์มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับข้าวโพด ข้อได้เปรียบของข้าวฟ่าง ก็คือ ราคาถูกกว่า แม้ว่าข้าวฟ่างจะมีไขมันน้อยกว่าข้าวโพดเล็กน้อย ทำให้ต้องใช้ข้าวฟ่างมากกว่าข้าวโพดในการที่จะให้ได้น้ำหนักเพิ่มเท่ากัน แต่เมื่อคิดต้นทุนกำไรแล้ว การใช้ข้าวฟ่างทำเป็นอาหารสัตว์ อาจจะได้กำไรมากกว่า โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวฟ่างที่ดีจะมีคุณค่าอาหารใกล้เคียงกับข้าวโพด

ต้นและใบของข้าวฟ่างบางชนิด ใช้ทำหญ้าแห้ง หญ้าหมัก หรือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ได้เป็นอย่างดีเช่น หญ้าอัลมัม หญ้าซูแดกซ์ เป็นต้น

ข้าวฟ่างหวานหรือซอร์โก มีน้ำตาลในลำต้นมาก สามารถนำมาใช้ประโยชน์โดยการหีบเอาน้ำหวานไปทำน้ำตาล ทำน้ำเชื่อม หรือนำไปหมักเพื่อผลิตแอลกอฮอล์

ข้าวฟ่างไม้กวาด ใช้ประโยชน์จากช่อดอกโดยนำเอาก้านช่อดอกมาทำไม้กวาดและแปรงทาสีได้

นอกจากนี้แล้ว ข้าวฟ่างยังใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกหลายชนิด เช่น แป้งข้าวฟ่าง ใช้ในอุตสาหกรรมทำไม้อัด ทำกาว ทำกระดาษทำผ้าและทำแอลกอฮอล์ ข้าวฟ่างบางพันธุ์ เมล็ดมีรสขมฝาดก็สามารถนำมาหมักเป็นเบียร์ได้ ในประเทศจีนยังใช้เมล็ดข้าวฟ่างบางชนิด ทำเหล้าพวกเกาเหลียงได้ด้วย

ในการใช้ประโยชน์จากต้นและใบข้าวฟ่างนั้น มีสิ่งที่ต้องพึงระวังไวบ้างคือ ในต้นและใบข้าวฟ่างที่ยังอ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะต้นกล้าจะมีสารพิษที่เรียกว่าดูร์ริน (dhurrin) อยู่มาก ถ้าสัตว์กินเข้าไปสารพิษตัวนี้จะถูกย่อยกลายเป็นกรดปรัซสิก (prussic acid) หรือกรดไฮโดรไซยานิก (hydrocyanic acid) ซึ่งเป็นพิษต่อสัตว์สารพิษชนิดนี้ถ้าได้รับมากๆ จะทำให้สัตว์พวกแพะ แกะ วัว และควายตายได้ แต่ข้าวฟ่างที่ทำเป็นหญ้าแห้ง หรือหญ้าหมักแล้ว จะใช้เลี้ยงสัตว์ได้โดยไม่เป็นอันตราย เพราะสารพิษเหล่านี้จะสลายตัวหมดไประหว่างการตากแห้ง หญ้าหมัก อาจจะมีกรดปรัซสิกอยู่บ้าง แต่จะระเหยหมดไปในระหว่างที่ขนไปเลี้ยงสัตว์ เมื่อพืชแก่กรดนี้จะลดลง ปริมาณสารพิษนี้จะแตกต่างกันไปแล้ว แต่พันธุ์และสภาพดินฟ้าอากาศ ฉะนั้นในการใช้ต้นข้าวฟ่างเลี้ยงสัตว์จึงต้องระมัดระวัง โดยทั่วไป ไม่ควรให้สัตว์กินต้นอ่อนหรือหน่อที่แตกใหม่ หากจะให้สัตว์กินควรใช้ต้นแก่ หรือมิฉะนั้นก็ตากแห้งหรือทำหญ้าหมักเสียก่อน

นอกจากสารพิษที่อยู่ในต้นและใบอ่อนของข้าวฟ่างแล้ว ในเมล็ดข้าวฟ่างบางพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพันธุ์ที่มีเมล็ดสีแดงแสด หรือสีน้ำตาล ยังมีสารแทนนินอยู่ในเมล็ดอีกด้วย สารนี้จะทำให้สัตว์เจริญเติบโตได้ไม่ดี เพราะทำให้โปรตีนใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ สารนี้พบมากในข้าวฟ่างพันธุ์ป่า และพันธุ์ที่ต้านทานต่อการเข้าทำลายของนก เชื่อกันว่าสารนี้ช่วยปรับโครงสร้างของดินให้ดีขึ้นได้ ในสมัยโบราณ มีการสกัดเอาสารนี้มาใช้ในการฟอกหนัง เพื่อสกัดเอาโปรตีนที่ติดอยู่ตามหนังออก สารแทนนินในข้าวฟ่างเป็นตัวการทำให้รสฝาด จากการศึกษาพบว่าปริมาณแทนนินร้อยละ ๐.๑ ไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของสัตว์แต่ในระดับร้อยละ ๐.๕-๒ จะทำให้อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์ลดลง และที่ระดับร้อยละ ๕ สามารถทำให้สัตว์ตายได้ อย่างไรก็ดี สารแทนนินจะไม่มีผลเลยถ้าอาหารนั้นมีโปรตีนเพียงพอ เช่น การผสมกากถั่วเหลืองเพิ่มลงไปในอาหารสัตว์ ตั้งแต่ร้อยละ ๒๕.๓ ขึ้นไป เป็นต้น ตามความเป็นจริงแล้วสารแทนนินไม่ใช่สารพิษ เพียงแต่มีผลทำให้การย่อยโปรตีนลดลงการแยกสารแทนนินออกจากข้าวฟ่าง อาจทำได้โดยการแช่เมล็ดข้าวฟ่างในน้ำด่าง ที่อุณหภูมิ ๖๐ องศาเซลเซียส แล้วล้างด้วยน้ำร้อน เปลือกของเมล็ดข้าวฟ่างจะหลุดออกมาหมด สารแทนนินก็จะติดเปลือกออกมาด้วย

 

 

ที่มา: ข้าวฟ่าง สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม 14

http://www.kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK14/chapter7/t14-7-l3.htm#sect2

 

 

สนใจลองทานข้าวฟ่างดูมั๊ยคะ เชิญเลือกผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ เนเจอร์โซน ของเราทางนี้ค่ะ

http://www.naturezoneathome.com/product.php?cat=232305&lang=th

งาดำคั่วป่น  150 กรัม ราคา 75 บ.
สั่งซื้อ โทร.02-912-1115
จมูกข้าวสาลี อบสุก  80 กรัม ราคา 55 บ.
สั่งซื้อ โทร.02-912-1115
เม็ดแมงลัก 80 กรัม ราคา 55 บ.
สั่งซื้อ โทร.02-912-1115
ข้าวหอมมันปูสีชมพู 1,400กรัม ราคา 150 บ.
สั่งซื้อ โทร.02-912-1115
ข้าวหอมมะลิกล้อง (นุ่มพิเศษ)  1,400 กรัม ราคา 150 บ.
สั่งซื้อ โทร.02-912-1115
ถั่วเขียว 400กรัม ราคา 75 บ.
สั่งซื้อ โทร.02-912-1115
ข้าวมันปูกล้อง  1,400 กรัม ราคา 150 บ.
สั่งซื้อ โทร.02-912-1115
ข้าวมันปูสีชมพูผสมข้าวขาวหอมมะลิ 1,400 กรัม ราคา 150 บ.
สั่งซื้อ โทร.02-912-1115
ข้าวหอมมะลิกล้อง 1,400 กรัม ราคา 150 บ.
สั่งซื้อ โทร.02-912-1115
ข้าวบาร์เล่ย์ 500 กรัม ราคา 75 บ.
สั่งซื้อ โทร.02-912-1115
ธัญพืชชุดน้ำอาร์ซี ขนาดใหญ่ 2,100 กรัม ชุดละ 350 บ.
สั่งซื้อ โทร.02-912-1115
ธัญพืช ชุด น้ำอาร์ซี ขนาดเล็ก 600 กรัม ชุดละ 105 บ.
สั่งซื้อ โทร.02-912-1115
//